[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

  
ใครเหมาะกับสินเชื่อ บสย.ค้ำประกัน?
โดย : รับทำสินเชื่อ   เมื่อวันที่ : เสาร์ ที่ 19 เดือน กันยายน พ.ศ.2569   



การไม่มีที่ดิน อาคาร หรือทรัพย์สินมูลค่าสูง ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจนั้นไม่มีศักยภาพทางการเงินเสมอไป

ในทางปฏิบัติ มีธุรกิจจำนวนมากที่มีลูกค้าจริง มีรายได้ต่อเนื่อง มีคำสั่งซื้อ และสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ แต่เมื่อถึงเวลาต้องหาแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโต กลับติดข้อจำกัดตรงที่ไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอสำหรับใช้ประกอบการขอสินเชื่อ

นี่คือสถานการณ์ที่ทำให้การใช้ บสย.ค้ำประกันเข้ามามีบทบาท

อย่างไรก็ตาม การไม่มีหลักทรัพย์เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าธุรกิจทุกแห่งจะเหมาะกับสินเชื่อรูปแบบนี้ เพราะหัวใจสำคัญยังอยู่ที่ว่า ธุรกิจมีศักยภาพสร้างรายได้และมีกระแสเงินสดเพียงพอรองรับภาระทางการเงินหรือไม่

หากมองในมุมนี้ ผู้ประกอบการที่เหมาะกับสินเชื่อsmeไม่มีหลักทรัพย์โดยมี บสย.ค้ำ จึงมักมีลักษณะร่วมกันหลายประการ

## 1. ธุรกิจดำเนินงานจริง และรายได้สามารถตรวจสอบได้

กลุ่มแรกที่เหมาะอย่างชัดเจน คือกิจการที่มีการซื้อขายหรือให้บริการจริง และสามารถแสดงให้เห็นว่ารายได้ที่เกิดขึ้นมาจากกิจกรรมทางธุรกิจ

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการบอกว่าบริษัทมียอดขายเดือนละเท่าไร แต่คือความสามารถในการเชื่อมโยงรายได้เข้ากับหลักฐานทางธุรกิจได้

ตัวอย่างเช่น บริษัทค้าส่งมีเงินเข้าบัญชีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มีใบสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ หรือเอกสารการขายที่สัมพันธ์กับรายการรับเงิน

บริษัทรับเหมามีสัญญาว่าจ้าง มีการเบิกงวด และมีเงินจากผู้ว่าจ้างเข้าบัญชีตามรอบงาน

ธุรกิจบริการมีลูกค้าประจำ มี Invoice หรือสัญญาบริการ และมียอดรับสอดคล้องกับงานที่เกิดขึ้นจริง

กิจการในลักษณะนี้ แม้อาจไม่มีอสังหาริมทรัพย์สำหรับใช้เป็นหลักประกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือสามารถทำให้ผู้พิจารณาเห็นที่มาของรายได้

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่กำลังค้นหาสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ 2569 ควรมองตัวเองจากมุมนี้ก่อนว่า รายได้ของกิจการมีความชัดเจนเพียงใด ไม่ใช่มองเพียงว่ามีทรัพย์สินหรือไม่มีทรัพย์สิน

## 2. รายได้มีความต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

ธุรกิจที่เหมาะกับการใช้ บสย.ค้ำประกัน มักไม่ได้มีเพียงยอดขายสูงในบางเดือน แต่ควรแสดงให้เห็นว่ากิจการมีความต่อเนื่องในการสร้างรายได้

ความต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่ายอดขายจะต้องเท่ากันทุกเดือน

ธุรกิจจำนวนมากมีฤดูกาล มีช่วงยอดขายสูงและต่ำ หรือมีรายได้ขึ้นอยู่กับรอบโครงการ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่ควรเห็นคือ Pattern ทางธุรกิจที่สามารถอธิบายได้

เช่น ธุรกิจค้าส่งอาจขายมากในช่วงปลายปี ธุรกิจรับเหมาอาจรับเงินตามงวดงาน ขณะที่โรงงานบางแห่งอาจมียอดขายเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลของลูกค้า

หากรายได้ขึ้นลง แต่สามารถอธิบายเหตุผลและแสดงหลักฐานสนับสนุนได้ ย่อมแตกต่างจากกิจการที่มีเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชีเพียงครั้งเดียวโดยไม่มีความเชื่อมโยงกับการดำเนินงาน

ดังนั้น ธุรกิจที่มีประวัติรายได้ต่อเนื่องประมาณ 6–12 เดือนขึ้นไป และสามารถแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยอดขายกับเงินเข้าบัญชีได้ มักมีพื้นฐานที่เหมาะกับการพิจารณาแหล่งเงินทุนประเภทนี้มากกว่า

## 3. ปัญหาหลักคือ “หลักทรัพย์ไม่พอ” ไม่ใช่ “ธุรกิจไม่มีเงินจ่าย”

ประเด็นนี้ถือว่าสำคัญที่สุดข้อหนึ่ง

บสย.ค้ำประกันเหมาะกับกิจการที่มีความสามารถดำเนินธุรกิจและมีศักยภาพชำระภาระได้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องหลักทรัพย์

ไม่ใช่กิจการที่ไม่มีเงินเหลือสำหรับชำระภาระทางการเงินเลย

ลองเปรียบเทียบสองบริษัท

บริษัท A มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1.5 ล้านบาท หลังหักต้นทุน ค่าใช้จ่าย และภาระเดิมแล้ว ยังมีเงินเหลือเพียงพอรองรับค่างวดใหม่ แต่ไม่มีที่ดินหรืออาคารสำหรับใช้ประกอบวงเงิน

บริษัท B มีรายได้เดือนละ 1.5 ล้านบาทเช่นกัน แต่ค่าใช้จ่ายสูง ภาระเดิมมาก และแทบไม่มีเงินเหลือในแต่ละเดือน

แม้ทั้งสองบริษัทจะไม่มีหลักทรัพย์เหมือนกัน แต่สถานการณ์แตกต่างกันอย่างมาก

บริษัท A มี “ช่องว่างด้านหลักประกัน”

ขณะที่บริษัท B มี “ช่องว่างด้านความสามารถชำระ”

การค้ำประกันสามารถช่วยแก้ข้อจำกัดประเภทแรกได้ดีกว่าประเภทหลัง

เพราะต่อให้มีผู้ค้ำประกันสินเชื่อ หากกิจการไม่มีเงินเหลือพอจ่ายภาระใหม่ ปัญหาพื้นฐานก็ยังคงอยู่

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประกอบการที่ต้องการกู้ SME ควรวิเคราะห์กระแสเงินสดของตนเองก่อน ไม่ควรมองว่าการมี บสย.ค้ำจะสามารถทดแทนความสามารถชำระได้ทั้งหมด

## 4. ต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดกิจกรรมที่สร้างรายได้จริง

ธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่งที่เหมาะ คือกิจการที่มีความต้องการใช้เงินซึ่งเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางธุรกิจอย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น

บริษัทค้าส่งได้รับคำสั่งซื้อเพิ่ม แต่ต้องซื้อสินค้าเข้าสต๊อกก่อน

โรงงานได้รับ Order ใหม่ แต่ต้องซื้อวัตถุดิบและเพิ่มกำลังการผลิต

บริษัทรับเหมาได้โครงการใหม่ แต่ต้องสำรองค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายหน้างานก่อนรับเงินงวด

ธุรกิจบริการมีลูกค้าเพิ่มและต้องเพิ่มทีมเพื่อรองรับงาน

กรณีเหล่านี้แตกต่างจากการขอสินเชื่อโดยยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าจะนำเงินไปใช้อะไร

ความต้องการเงินที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมสร้างรายได้ ทำให้สามารถวิเคราะห์ต่อได้ว่าเงินจะถูกใช้เมื่อใด และรายได้ที่จะนำมารองรับภาระทางการเงินจะเกิดขึ้นจากไหน

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่มองหาสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็กควรตอบคำถามให้ได้ว่า เงินที่ต้องการจะช่วยให้กิจการสร้างรายได้เพิ่ม หรือช่วยรองรับรายได้ที่มีอยู่แล้วอย่างไร

ยิ่งคำตอบเชื่อมโยงกับธุรกิจจริงได้ชัด ความเหมาะสมก็ยิ่งเห็นได้ง่ายขึ้น

## 5. ธุรกิจมีลูกค้าและดีมานด์ แต่รอบรับเงินช้ากว่ารอบจ่าย

ธุรกิจ SME จำนวนมากไม่ได้มีปัญหาเพราะขายสินค้าไม่ได้ แต่เกิดจากเวลารับและจ่ายเงินไม่ตรงกัน

ตัวอย่างที่พบได้ทั่วไปคือ บริษัทต้องซื้อสินค้าและจ่าย Supplier ภายใน 15 วัน แต่ให้เครดิตลูกค้า 45 วัน

หมายความว่ากิจการต้องสำรองเงินของตนเองประมาณ 30 วันก่อนรับเงินกลับมา

เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น ความต้องการเงินก็อาจเพิ่มขึ้นตาม

หากเดิมขายเดือนละ 1 ล้านบาท แล้วเพิ่มเป็น 2 ล้านบาท เงินที่ต้องใช้ซื้อสินค้าและรองรับลูกหนี้การค้าก็อาจเพิ่มขึ้นด้วย

จึงเกิดสถานการณ์ที่ดูขัดแย้ง คือยอดขายเพิ่ม แต่เงินสดกลับต้องใช้มากกว่าเดิม

ธุรกิจลักษณะนี้อาจเหมาะกับการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าช่องว่างเงินสดเกิดจากรอบการค้า ไม่ใช่จากการขาดทุนต่อเนื่อง

สำหรับกิจการที่ไม่มีทรัพย์สินจำนวนมาก การพิจารณาสินเชื่อเงินกู้ที่มี บสย.ค้ำประกันจึงอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ

## 6. ธุรกิจใหม่อาจเหมาะได้ หากไม่ได้ “ใหม่ทุกอย่าง”

คำว่า “ธุรกิจใหม่” ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าไม่มีประสบการณ์เสมอไป

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการอาจทำงานในอุตสาหกรรมเดิมมา 10 ปี ก่อนออกมาตั้งบริษัทของตนเองได้เพียง 18 เดือน

บริษัทจึงใหม่ แต่ผู้บริหารไม่ได้ใหม่ในอุตสาหกรรม

หากกิจการเริ่มมีลูกค้าจริง มีรายได้ มีรายการค้า และสามารถแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารเข้าใจตลาด ธุรกิจลักษณะนี้อาจมีข้อมูลให้พิจารณามากกว่าบริษัทที่เพิ่งเริ่มกิจการโดยยังไม่มีลูกค้าหรือประสบการณ์เกี่ยวข้องเลย

อีกตัวอย่างหนึ่งคือบริษัทที่เดิมรับงาน Outsource การผลิต แต่เมื่อยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจึงต้องการซื้อเครื่องจักรบางส่วนเอง

แม้อายุบริษัทไม่มาก แต่การลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมี Current Trading หรือกิจกรรมทางธุรกิจจริงแล้ว

ดังนั้น หากเป็นกิจการรายใหม่ สิ่งที่สำคัญคือการทำให้เห็นว่า “อะไรในธุรกิจนี้ไม่ได้ใหม่”

อาจเป็นประสบการณ์ของเจ้าของ ลูกค้าเดิม สัญญาซื้อขาย ความต้องการสินค้า หรือความสัมพันธ์กับคู่ค้า

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ภาพของธุรกิจมีน้ำหนักมากกว่าการพิจารณาอายุบริษัทเพียงตัวเลขเดียว

## 7. ธุรกิจที่เพิ่งฟื้นตัวอาจเหมาะ หากการฟื้นตัวมีหลักฐาน

กิจการบางแห่งอาจเคยมีช่วงที่ยอดขายลดลง แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มเปลี่ยน

ตัวอย่างเช่น ลูกค้ารายใหญ่กลับมาสั่งซื้อ ได้ Contract ใหม่ หรือปัญหาการผลิตที่เคยจำกัดยอดขายได้รับการแก้ไขแล้ว

ธุรกิจลักษณะนี้ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “ยอดขายกำลังกลับมา” เป็นเหตุผล

สิ่งสำคัญคือมีข้อมูลปัจจุบันรองรับหรือไม่

เช่น ยอดขายช่วง 3–6 เดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นจริง มีใบสั่งซื้อเข้ามาแล้ว หรือมีสัญญาที่จะสร้างรายได้ในช่วงถัดไป

หากกิจการสามารถแสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวเกิดขึ้นแล้วในข้อมูลจริง ไม่ใช่เพียงประมาณการ ธุรกิจอาจมีเหตุผลที่จะพิจารณาแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการกลับมาเติบโต

## 8. ธุรกิจบริการที่มีทรัพย์สินน้อย แต่สร้าง Cash Flow ได้ดี

อีกกลุ่มหนึ่งที่ควรกล่าวถึงคือธุรกิจบริการ

บริษัทที่ปรึกษา บริษัทซอฟต์แวร์ เอเจนซี ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรม โลจิสติกส์ หรือธุรกิจบริการวิชาชีพบางประเภท อาจไม่ได้ถือครองที่ดิน โรงงาน หรือเครื่องจักรจำนวนมาก

ทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจอาจเป็นทีมงาน ลูกค้า สัญญา ระบบ และความเชี่ยวชาญ

ดังนั้น การไม่มีทรัพย์สินสำหรับค้ำประกันจึงอาจเป็นผลจาก Business Model ไม่ใช่สัญญาณว่าธุรกิจไม่มีศักยภาพ

หากบริษัทเหล่านี้สามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอ มีลูกค้าจริง และมีกระแสเงินสดเพียงพอรองรับภาระ การใช้สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันโดยมี บสย.ค้ำจึงเป็นแนวทางที่ควรนำมาประเมินร่วมกับทางเลือกอื่น

## 9. ใครอาจยังไม่เหมาะในเวลานี้

การรู้ว่าใครเหมาะจะชัดขึ้น หากมองอีกด้านด้วยว่าใครอาจยังไม่พร้อม

กิจการที่ยังไม่มีรายได้จริง ไม่มีลูกค้าชัดเจน ไม่สามารถอธิบายที่มาของเงินเข้าบัญชี หรือมีภาระเดิมสูงจนแทบไม่มีเงินเหลือ อาจต้องแก้ปัญหาพื้นฐานก่อน

เช่นเดียวกับกิจการที่ต้องการวงเงินเพียงเพราะเงินสดลดลง แต่ยังไม่ทราบว่าขาดเงินจากสาเหตุอะไร

หากต้นเหตุคือกิจการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสินเชื่ออาจเพียงเลื่อนปัญหาออกไป และเพิ่มภาระในอนาคต

ดังนั้น การไม่มีหลักทรัพย์ไม่ควรเป็นเหตุผลเพียงข้อเดียวที่ทำให้ธุรกิจมองหา บสย.ค้ำประกัน

เหตุผลที่มีน้ำหนักกว่าคือ ธุรกิจทำงานได้จริง มีความต้องการใช้เงินที่มีเหตุผล มีกระแสเงินสดรองรับ แต่มีข้อจำกัดบางส่วนด้านหลักประกัน

## สรุป: บสย.ค้ำเหมาะกับธุรกิจที่ “ขาดหลักทรัพย์” มากกว่าธุรกิจที่ “ขาดความสามารถชำระ”

หากสรุปให้สั้นที่สุด ผู้ประกอบการที่เหมาะกับสินเชื่อแบบ บสย.ค้ำประกัน มักมีองค์ประกอบร่วมกันคือ มีธุรกิจจริง รายได้ตรวจสอบได้ มีความต่อเนื่องของการดำเนินงาน มีลูกค้าหรือดีมานด์รองรับ และสามารถอธิบายได้ว่าเงินที่ต้องการจะนำไปใช้กับอะไร

ที่สำคัญ หลังเพิ่มภาระทางการเงินแล้ว ธุรกิจยังต้องมีความสามารถชำระจากกระแสเงินสดของกิจการ

ดังนั้น การพิจารณาสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ 2569 ไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามเพียงว่า

“ไม่มีที่ดินค้ำ จะขอสินเชื่อได้หรือไม่”

แต่ควรถามว่า

“ถ้าไม่นับเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจของเรามีรายได้ กระแสเงินสด ลูกค้า และความสามารถชำระที่ชัดเพียงพอหรือยัง”

หากคำตอบของส่วนหลังมีความชัดเจน แต่สิ่งที่ขาดอยู่คือหลักทรัพย์สำหรับประกอบวงเงิน การใช้ บสย.ค้ำประกันจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ควรนำมาศึกษาเพิ่มเติม

หากต้องการดูต่อว่า บสย.มีบทบาทอย่างไรในการค้ำประกันสินเชื่อ SME ธนาคารยังพิจารณาอะไรเพิ่มเติม มีต้นทุนและเงื่อนไขส่วนใดที่ควรตรวจสอบ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องในปี 2569 สามารถอ่านรายละเอียดต่อได้จากบทความหลักของ EasyCashflows

อ่านต่อ: สินเชื่อธุรกิจบสยค้ำประกัน


เข้าชม : 4





Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :


 
ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเวียงหนองล่อง  จังหวัดลำพูน
ถนนท่าลี่- ม่วงโตน 412 หมู่ที่ 6  ตำบลวังผาง   อำเภอเวียงหนองล่อง  จังหวัดลำพูน 51120
โทรสาร  0-5352-0007  lpn.awl_nfedc@nfe.go.th 
http://lpn.nfe.go.th/nfe_wiangnonglong/
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.05HD  Update by   กศน.ลำพูน