ในช่วงที่ภาวะสินเชื่อยัง ระมัดระวัง ต่อเนื่อง ธุรกิจจำนวนมากจึงหันไปมองเครื่องมือที่เข้าถึงได้เร็วขึ้น เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี (OD) หรือเงินก้อนแบบผ่อนเป็นงวด (Term Loan) เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือเร่งการลงทุนให้ทันโอกาสทางการค้า แต่โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียง ได้วงเงิน หรือ หาเงินกู้ด่วนได้ทันไหม หากคือ ใช้วงเงินให้ตรงงาน วางแผนคืนเงินให้สัมพันธ์กับจังหวะเงินเข้า และวัดผลให้เห็นจริง จึงจะทำให้การใช้สินเชื่อsme และสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก สร้างผลลัพธ์ มากกว่า เพิ่มภาระ ในระยะถัดไป
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยสะท้อนว่า มาตรฐานการให้สินเชื่อยังเข้มงวดต่อเนื่องในหลายช่วง และธุรกิจขนาดเล็กบางส่วนมีความต้องการสินเชื่อลดลง สะท้อนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่ผู้ให้กู้ประเมินอยู่. ขณะเดียวกัน ธปท. กำลังผลักดันกลไกสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อใหม่ผ่านโครงการ SMEs Credit Boost เพื่อลดความเสี่ยงของสถาบันการเงินและเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อsme ภาพรวมนี้ทำให้ วิธีใช้ OD/Term ให้เกิดผล ยิ่งต้องมีวินัยและเป็นระบบ
บทความนี้ขยายเฉพาะหัวข้อ ขั้นตอนการใช้ OD/Term ให้เกิดผลกับธุรกิจ จากบทความหลักของ Easycashflows โดยยึดตามลำดับขั้นตอนเดิม และเพิ่มคำอธิบายเชิงปฏิบัติ + มุมวิเคราะห์เพื่อให้ผู้อ่านนำไปใช้ได้จริง.
ทำความเข้าใจให้ชัดก่อนเริ่ม: OD กับ Term ต่างกันตรงหน้าที่
OD คือวงเงินหมุนเวียนระยะสั้น ใช้คืนได้ตลอด เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่เกิดถี่ ๆ และควรคืนทันทีเมื่อรายรับเข้าเพื่อลดดอกเบี้ยที่ลากยาว. ส่วน Term Loan คือเงินก้อนเพื่อการลงทุน ผ่อนเป็นงวด เหมาะกับของชิ้นใหญ่/สินทรัพย์ที่ใช้หลายปี และมีตารางชำระที่ชัดเจนช่วยให้วางแผนได้.
ความต่างนี้สำคัญมาก เพราะ เลือกผิดประเภท ต่อให้อนุมัติผ่าน ก็มีโอกาสทำให้ธุรกิจตึงมือเร็ว โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างเงินสดจริงไม่รองรับ.
1) กำหนด เป้าเดียวก่อน หนึ่งเป้าหมายต่อหนึ่งรอบ
หัวใจของขั้นตอนแรกคือ กำหนดเป้าหมายเดียวที่วัดผลได้ เช่น เพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน หรือเพิ่มกำลังผลิต และกำหนดตัวชี้วัดให้ชัดภายในกรอบเวลา (เช่น 90 วัน).
เหตุผลเชิงวิเคราะห์: การใช้เงินกู้มักล้มเหลวไม่ใช่เพราะดอกเบี้ยอย่างเดียว แต่เพราะ เงินถูกใช้กระจายหลายเป้า จนไม่เกิดผลเด่นชัด ธนาคารและเจ้าของกิจการเองก็ประเมินผลไม่ได้ว่าเงินกู้ช่วยอะไรจริง เมื่อวัดผลไม่ได้ การตัดสินใจรอบถัดไป (เพิ่มวงเงิน/ต่ออายุ OD/รีไฟแนนซ์) จะอาศัยความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง
แนวทางปฏิบัติแบบเรียบง่าย
เขียนเป้าหมาย 1 ประโยคให้จบ เช่น ลดต้นทุนต่อหน่วยลง 5% ภายใน 3 เดือน หรือ เพิ่มยอดขายต่อบิล 15% ใน 90 วัน.
ระบุ คันโยก ที่เงินกู้จะไปดันเพียง 12 จุด (เช่น สต็อก/เครื่องมือ/การขนส่ง/ระบบหลังบ้าน)
กำหนดตัวชี้วัดที่ติดตามได้จริงรายสัปดาห์หรือรายเดือน
2) จับคู่งานกับแบบวงเงิน: จุดที่หลายธุรกิจพลาดที่สุด
ขั้นตอนนี้คือการตัดสินใจว่า งานนี้ควรใช้ OD หรือ Term โดยยึดหลักว่า
OD เหมาะกับค่าใช้จ่ายถี่ ๆ เช่น วัตถุดิบ สต็อก โปรโมชั่น ค่าขนส่ง และหลักใช้งานคือ ใช้แล้วคืนทันทีเมื่อรายรับเข้า.
Term เหมาะกับของชิ้นใหญ่ที่ใช้หลายปี เช่น เครื่องจักร รีโนเวตร้าน ระบบหลังบ้าน โดยจุดแข็งคือ งวดคงที่ วางแผนง่าย และเหมาะกับการคืนทุนเป็นเดือน/ปี.
มุมที่ควรย้ำสำหรับคนมอง เงินกู้ด่วน: OD ให้ความคล่องตัวสูง แต่ถ้าถูกใช้แทนเงินลงทุนระยะยาว (เช่น ซื้อของชิ้นใหญ่แล้วไม่คืนตามรอบเงินเข้า) ดอกเบี้ยจะกลายเป็นต้นทุนสะสม และพฤติกรรมบัญชีจะสะท้อนความตึงมือ ซึ่งอาจกระทบการพิจารณาวงเงินในอนาคตด้วย.
สัญญาณเตือนว่า กำลังจับคู่ผิด
ใช้ OD ต่อเนื่องหลายเดือนโดยยอดคงค้างไม่ลดลงหลังช่วงขายดี
นำเงินก้อน Term ไปหมุนค่าใช้จ่ายถี่ ๆ จนเงินสดรายวันสะดุด
ยอดขายเพิ่ม แต่เงินคงเหลือปลายเดือนไม่ดีขึ้น เพราะภาระดอกเบี้ย/ค่างวดไม่สัมพันธ์กับรอบเงินสด
3) วางแผน 90 วันแรก: ให้เงินกู้ ทำงาน ไม่ใช่ให้เราทำงานให้หนี้
บทความหลักเสนอกรอบ 90 วันอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่
สัปดาห์ 12: จัดตาราง วันเงินเข้า = วันคืน OD และล็อกเพดานใช้ OD ไม่เกินแผนยอดขายเดือนนั้น
สัปดาห์ 36: ใช้วงเงินตามเป้า (เช่น สต็อกล็อตเปิดตัว / ติดตั้งเครื่อง)
สัปดาห์ 712: วัดผล ปรับงบ และตัดสิ่งที่ไม่ยิงตรงเป้า.
การขยายความเชิงปฏิบัติ
สัปดาห์ 12 (ตั้งกติกา):
กำหนด เพดาน OD รายสัปดาห์ ไม่ใช่เพียงเพดานรวม เพื่อกันการใช้เกินแผน
สร้างนิสัย คืนก่อนเบิกใหม่เมื่อจำเป็น ให้ดอกเบี้ยหยุดเร็ว (ธนาคารหลายแห่งสื่อสารตรงกันว่า OD เป็นวงเงินหมุนเวียน และการคิดดอกเบี้ยมักสัมพันธ์กับยอดที่ใช้จริง/การใช้งานของวงเงิน).
สัปดาห์ 36 (ลงมือทำตามเป้า):
ถ้าเป็น Term ให้ล็อกกิจกรรมที่ทำให้ เกิดรายได้/ลดต้นทุน ตามเป้า เช่น ติดตั้งเครื่องมือให้เสร็จภายในกำหนด อย่าปล่อยให้เงินก้อนกลายเป็น เงินพักบัญชี
สัปดาห์ 712 (วัดผลและตัดสิ่งไม่คุ้ม):
วัดผลกับตัวชี้วัดที่ประกาศไว้ตั้งแต่ข้อ 1 และตัดงบที่ไม่สร้างผลลัพธ์
หากเป้าไม่ถึง ให้ย้อนดูว่า ใช้เงินไม่ตรงงาน หรือ ตั้งงวด/เพดาน OD ตึงเกินไป ก่อนสรุปว่าเครื่องมือไม่เหมาะ
4) ตั้งงวด สบายมือ: ค่างวดต้องอยู่ในโซนที่ธุรกิจจ่ายได้จริง
บทความหลักเน้นแนวคิด อัตราความสามารถจ่ายหนี้ ในภาษาคนทำธุรกิจ คือ ค่างวดต่อเดือนต้องพอดีกับเงินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายปกติ และต้องมีเงินสำรองเผื่อเหตุไม่คาดคิด หากต้องลุ้นทุกสิ้นเดือน แปลว่าโครงสร้างวงเงินยังไม่เหมาะ แม้กู้ผ่านก็ตาม.
มุมวิเคราะห์: ในช่วงที่มาตรฐานสินเชื่อเข้มงวด ผู้ให้กู้ยิ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของกระแสเงินสด ไม่ใช่เพียง ผ่านเกณฑ์วันอนุมัติ เท่านั้น. ดังนั้น สบายมือ ไม่ใช่เรื่องความรู้สึก แต่คือการออกแบบภาระหนี้ให้ธุรกิจยังมีพื้นที่หายใจเมื่อยอดขายแกว่งหรือเกิดค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
แนวทางสั้น ๆ ที่ทำได้ทันที
ใช้ตัวเลขเงินสดเหลือหลังค่าใช้จ่ายคงที่เป็นฐาน แล้วกำหนดค่างวดให้อยู่ต่ำกว่าฐานนั้นแบบมีเผื่อ
แยก เงินลงทุน (Term) ออกจาก เงินหมุนรายวัน (OD) ให้ชัด เพื่อไม่ให้ค่างวดมากดเงินสดที่จำเป็นต่อการเดินธุรกิจ
5) เตรียมเอกสารให้เนียน: ความเร็วแพ้ เอกสารไม่เป็นระบบ
บทความหลักชี้ว่า เอกสารเรียงดีทำให้รอบถามตอบสั้นลง และแนะนำชุดเอกสารสำคัญ เช่น Statement 612 เดือน งบ/สรุปรายได้รายจ่าย เอกสารบริษัท/ทะเบียนพาณิชย์ ใบเสนอราคา/สัญญาซื้อขาย (กรณี Term) และแผนเงินสด 612 เดือนที่เล่าเรื่องเดียวกับ Statement.
ความเห็นเชิงวิเคราะห์: จุดที่ทำให้การขอสินเชื่อธุรกิจsme ช้าลงบ่อยครั้งไม่ใช่ ขาดเอกสาร แต่คือ เอกสารเล่าคนละเรื่อง เช่น Statement สะท้อนเงินเข้าไม่สม่ำเสมอ แต่แผนเงินสดตั้งสมมติฐานรายได้โตทันที หรือใบเสนอราคาสินทรัพย์ยังไม่ชัดเจนในรายละเอียด ทำให้ผู้ให้กู้ต้องย้อนถามหลายรอบ
หลักการจัดเอกสารให้เป็นมืออาชีพ
ทำ หน้าแรกสรุป 1 หน้า: เป้าหมายเดียว (ข้อ 1) + เลือก OD/Term (ข้อ 2) + แผน 90 วัน (ข้อ 3)
ทำให้เลขในแผนเงินสดสอดคล้องกับพฤติกรรมเงินเข้าใน Statement (ไม่จำเป็นต้องสวย แต่ต้อง สมเหตุผล)
สำหรับ Term ให้แนบใบเสนอราคาหรือสัญญาที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นการใช้เงินลงทุนตามวัตถุประสงค์.
บทสรุป: สูตรใช้งานให้เกิดผล (และลดโอกาส กู้แล้วตึง)
เมื่อสรุปตามบทความหลัก ขั้นตอนที่ทำให้ OD/Term ส่งผลกับธุรกิจคือ เป้าเดียวชัด → เลือก OD สำหรับค่าใช้จ่ายถี่ / Term สำหรับของใช้ยาว → วางแผน 90 วันและคืน OD ตามวันเงินเข้า → ตั้งงวดให้อยู่โซนสบายมือ → เอกสารครบและเล่าเรื่องเดียวกัน.
หากต้องการภาพรวมเต็มของบริบท เพิ่มศักยภาพธุรกิจด้วยสินเชื่อ SME และรายละเอียดประกอบอื่น ๆ ที่บทความหลักจัดโครงไว้ครบ แนะนำให้เข้าไปอ่านบทความต้นทางโดยตรง แล้วนำขั้นตอนข้างต้นไปปรับใช้กับกิจการของตนเอง.
เข้าชม : 5
|